Login  | Register
   


  ทันตแพทย์สม สุจีรา
Interview: Passaponge Prerajirarat
Photo: Pornsarun Soithong

ปรากฏการณ์แห่งมนุษย์
เราบอกลาหนุ่มใหญ่ใส่แว่น รูปร่าง สันทัด ที่หน้าโรงหนังสยามพารากอน เขาเดินเข้าไป จองตั๋วหนังและกลืนไปกับ ผู้คนในที่สุด




ไม่บอกก็คงไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นทันตแพทย์และเป็นนักเขียน
ที่มียอดพิมพ์หนังสือมากกว่าหนึ่งแสนเล่มภายในระยะเวลาไม่นาน
(หากคุณเคยอ่านหนังสือที่ชื่อ  “ไอน์สไตน์พบพระพุทธเจ้าเห็น”
หรือ “เดอะท็อปซีเคร็ต” ก็คงไม่แปลกใจในปรากฏการณ์ของ
หนังสือสองเล่มนี้)

นั่นเป็นเพียงงานส่วนหนึ่งของผู้ชายคนนี้ ทันตแพทย์ สม สุจีรา
ที่ตอนนี้กำลังมีหนังสือเล่มล่าสุดออกมาเขย่าวงการนักเขียนอีก
ครั้งในชื่อหนังสือว่า “ทางลัดสู่อัจฉริยะ”ที่พูดถึงเคล็ดลับความเก่ง
ของบุคคล เขาบอกว่าคนส่วนใหญ่สามารถพัฒนาตัวเองได้เสมอ

“ทางลัดสู่อัจฉริยะเป็นหนังสือเกี่ยวกับเรื่องของเคล็ดลับในการ
เรียน มันจะมีประโยชน์กับเด็กๆ มากหนังสือของผมมักเป็นเรื่อง
เกี่ยวธรรมะและวิทยาศาสตร์เพราะฉะนั้นเรื่องวิทยาศาสตร์หรือ
เรื่องการเรียนมันอธิบายได้ ก็เลยน่าจะอธิบายเรื่องการเรียนได้
เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้มาจากผมและเพื่อนๆ ผมอยู่กับคนเก่งๆ
เยอะ ทุกคนมีเคล็ดลับ แต่ส่วนใหญ่เขาจะไม่เขียนออกมา อย่าง
เช่นเคล็ดลับการอ่านหนังสือ เคล็ดลับการจำ ซึ่งจริงๆ เขาไม่ได้จำ
ตรงๆ แต่เขามีเทคนิคนะ สมองของคนเรามีประสิทธิภาพไม่ต่าง
กันหรอก แต่อยู่ที่ว่ารู้เทคนิคไหม”

ทันตแพทย์สม สุจีรา เริ่มสนใจด้านจิตวิทยามาตั้งแต่เป็นนักศึกษาแพทย์ แต่มาจริงจังกับเรื่องนี้เมื่อกลับมาจากการ
เป็นแพทย์ที่จังหวัดสตูล จนได้เข้ามาเรียนทางด้านศึกษามหาบัณฑิตทางจิตวิทยาการให้คำปรึกษา ที่มหาวิทยาลัย
ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร จนเมื่อได้ไปปฏิบัติธรรมนั่งวิปัสสนากรรมฐานอยู่เป็นปีก็ค้นพบความอัศจรรย์ที่เกิด
ขึ้นในชีวิต“

พอเรียนจบแล้วเหมือนยังไม่ได้อะไรเลย ผมเรียนหลักสูตรตะวันตก ถ้าเปรียบเหมือนน้ำก็จะบอกแค่ว่ามีจุดเดือด
เท่าไหร่ มีจุดหลอมเหลวเท่าไหร่ คือมันดูแต่พฤติกรรมที่น้ำแสดงออก แต่ศาสนาพุทธไม่ได้มองแบบนี้มันมี H2O
มีอะตอม คือพระพุทธเจ้ามองลึกกว่า จิตวิทยาตะวันตกจะวิเคราะห์อารมณ์ที่แสดงออก แต่พระพุทธเจ้าจะวิเคราะห์
สาเหตุของอารมณ์

“ตอนแรกผมไม่เชื่อการหยั่งรู้อนาคต ไม่เชื่อเรื่องพระพุทธเจ้าตรัสรู้ แต่พอได้ลองปฏิบัติดูก็รู้ว่าทำไม หลายอย่าง
ในโลกมันโดนล็อกกันมาแล้ว อย่างการเจอกันของคนเรา ความจริงมันถูกกำหนดมาแล้วนะ ผมเริ่มจากความ
ไม่เชื่อ ไม่เชื่อว่าอนาคตถูกกำหนดมา แต่พอเวลานั่งสมาธิก็รู้ได้ เพราะอาจารย์ที่ปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิจะมีญาณ”

เขายังบอกอีกว่าการที่คนเราถูกกำหนดโชคชะตาไว้เพราะมีกรรมเก่าอยู่ ตัวนี้เองที่จะบอกได้ว่าคนเราจะเป็น
อย่างไรในอนาคต เขาเปรียบเทียบกับทางวิทยาศาสตร์ว่าหากนำเด็กคนหนึ่งมาตรวจพิสูจน์ทางการแพทย์ จะพบ
ยีนเบาหวาน มีตา ผิว สีอะไร หรือแม้แต่นิสัย ซึ่งสมัยนี้สามารถรู้ได้เกือบทั้งหมด เราเรียกว่าพันธุกรรม แต่ยังมี
อีกส่วนหนึ่งที่อยู่บนตัวของเด็กคนนี้เช่นกัน นั่นคือวิบากกรรม ซึ่งไม่สามารถใช้เครื่องมือทางการแพทย์
ตรวจสอบได้


อ่านต่อหน้า 1 | 2
 


 
Home l http://www.mixmagazine.in.th/content.php?c=group&v=2 l Intelligence l Xsite l Blog l Webboard l Contact us
Copyright©2009 Mixmagazine.in.th All Rights Reserved. Designed by im2